| around in Dalia...'s profileCHARISAPhotosBlogLists | Help |
|
CHARISASeptember 03 Wonderful of Switzerland สวัสดีค้า ผองเพื่อนทุกคน แหมหายไปซะนานเยย ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ เนื่องจากไปรบราฆ่าฟันกะแขกมา ตอนนี้พักรบซักแปป
คราวนี้มาอัพเดท เนื่องจาก เรามีทริปไปสวิตเซอร์แลนด์ แดนสวรรค์บนดิน นี่ เปงไงหละ
ว่าแต่จะเริ่มไงดีน่ะ มีเรื่องเยอะแยะมากมายไปหมด เอาเปนว่าเริ่มตั้งแต่เตรียมตัวล่ะกาน ก้อดันอ่านในหนังสือว่าหน้าที่ไปมา เดือน สค. มันยังหน้าร้อนอยู่หนิ
ก้อเลยไม่ได้เตรียมเสื้อหนาวไป แถมรองเท้าก้อเปนแบบสบายๆ คัดชู แต่ไม่ใช่ผ้าใบ แถมติดเพชรเม็ดเป้ง ที่รองเท้าด้วย ก้อแหมกะไปเดินแฟชั่นที่โน่นหนิ
ขอสวยกะธรรมชาติหน่อย อีกอย่างทริปนี้เราก้อแบกแพค ตลอดเวลา เลยต้องเอาของน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
แต่ทว่า พอไปถึงปุ๊ป เริ่มเย็นๆแล้ว เริ่มคิถึงเสื้อผ้าที่เอามา สายเดี่ยวทั้งนั้น แถมรองเท้าเพชรด้วย จะรอดไมว่ะ แต่ก้อสู้ต่อ
วันแรกลงเครื่องบินปุ๊ป ก้อด่วนไปที่ ลูเซิน ไปถ่ายรูปกะบสะพานชาแปล และป้อมไรไม่รู้ ความสำคัญเปงไงยังไม่รู้เลย รู้แค่ว่าเปน แลนด์มาร์ก แค่นั้น จบ เปลี่ยนเมือง
ถือว่ามาลูเซินแระ จากนั้นก้อขึ้นรถไฟไปเมืองต่อไปที่ แอลเกอเบิร์ก
พอถึงแอลเกอเบิร์กปุ๊ป ก้อค่ำมาก แถมฝนตกอีก ที่สำคัญ หนาวมาก เท้าก้อเริ่มชา แถมต้องเดินหาที่พักด้วย และในที่สุดก้อรอดตายไปหนึ่งคืน
พอเช้าปั๊ป หลังจากกินอาหารเช้าที่ ที่พักจัดให้ คือ ขนมปังกะแยม แฮม นม จากนั้นก้อรีบฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีครายเหน หั่นหนมปัง ทำเปนแซนวิส ห่อกระดาษทิสชู่ เพื่อ
เก็บไว้กินกลางวัน ก้อแหม ของแต่ละอย่างแพงงงงมาก น้ำขวดธรรมดายังประมาน 120 บาทเลย ให้กินไรได้ กินเสร็จ เราก้ไปขึ้นยอดเขาทิสลิต ที่สูงสุด อยู่บนเทือกเขาแอล์ป ด้วยเคเบิลคาร์ 3 ต่อ
พอถึงข้างบน มองไม่เหนไรเลยอ่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างปกคลุมไปด้วยหิม่ะ อุปสรรคของแวนนะตอนนี้ คือ หนาวมาก เท้าเริ่มชาไร้ความรู้สึก เพชรที่อยู่บนรองเท้าก้อเย็นมากด้วย และแล้วก้อคิได้ว่าเอาถุงเท้าติดมาคู่นึง
และโชคดีอีกอย่าง ดันเอาเสื้อคลุมติดมือมาด้วยตัวนึง แต่ก้อช่วยไรไม่ค่อยได้ อิอิ ตอนนี้ไม่ว่าจะเดินไปไหน ทุกคนก้อจะก้มลงมองที่รองเท้าเพชรกับถุงเท้า ซึ่งมันก้อน่าอายอยู่ แต่จะให้ทำไงอ่ะ
ฝรั่งไร้มารยาทบางคนถึงกับเอากล้องขึ้นมาถ่ายเท้าเราเลยทีเดียว บนยอดเขานี้มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ส่วนใหญ่คนมาเล่นสกีกัน แล้วก้อมีห่วงยางให้ลื่นลงมาและอีกหลายอย่าง แต่สำหรับแวนเนสซ่าแล้น
ออกไปถ่ายรูปพอ แล้วก้อเผ่นหลบหนาวที่สถานี
พอลงจากเขานี้ เราก้อนั่งรถไฟเปลี่ยนเมืองในตอนเยนไปที่เมือง อินเทอราเกน สวิตแลนด์ ไม่ว่าจะนั่งรถไฟที่ไหน ผ่านเองไร สองข้างทาง ธรรมชาติสวยสุดๆ มีแต่ภูเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ บ้านคนที่สร้างลดหลั่นเขาลงมา แถมยังมีดอกไม้ปลูกไว้หน้าระเบียงบ้านของทุกบ้านด้วย สวยมาเลย
ข้ามมาที่เมืองอินเทอราเกน เมืองนี้เปนเมืองน่ารักดี สงบ เปนเมืองที่รวมกันของทั้งสามหมู่บ้าน สงบและสวย อยู่ในหุบเขา และแล้วเราก้อมาถึงที่พักที่เราจองไว้ ที่พักที่เราจองคือ อยู่รวมกันกับคนอื่น
หลายๆเตียง ห้องที่จอง 10 เตียง ห้องน้ำรวม แต่สะอาดน่าอยู่มาก ข้างล่างเหมือนเปนผับ บาร์ ข้างบนเปนที่พัก แอบเหมือนสไตล์ ข้างสารเลย ห้องพักเปนห้องใต้หลังตา ไม่มีแอร์ เปิดหน้าต่างรับลมหนาว
นักท่องเที่ยวเยอะมากมาพักที่นี่ แต่แม่ง วันนั้นดันมี แขกมาพักกลุ่มโตกลุ่มนึง โคตรเซงเลย เจอแม่งอีกแระ อ้อลืมบอกไป ตอนแรกจองทางเนตผิด ว่าจองห้องรวม ญ พอไปถึงดันเปนห้องรวม ช ญ
ก้องงๆอยู่ ไมมีผู้ชายอยู่เตียงชั้นสามเรา แต่ก้อ......หยวน.....ซะเมื่อไหร่ ต้องเปลี่ยนห้องสิ เหดผลสำคัญ คือ กลัวเหนความจิงตอนไม่มีคิ้ว
และแล้วคืนที่สองก้อผ่านไปอย่างหนาว แต่ทนได้อยู่บ้าง
โปรดติดตามตอนต่อไปน่ะ เรื่องเด็ดอยู่ท้ายๆ 55 พร้อมรูปรองเท้าเพชร
September 06 มาอัพแล้วจ้า หวัดดีจ้า เพื่อนทุกๆคน แฮะๆๆ หายไปซะนานโข วันนี้ว่างมาอัพเดท
ช่วงที่หายไปนานนี้ โอ้ย มีเรื่องต่างๆมากมายสุดๆ รับรองต้องอิจฉาเราแน่
เริ่มหลังจากกลับจีนเลยละกาน ก้อทำงานไปได้ซักสามเดือน สามงาน เปลี่ยนทุกเดือน จนได้ที่อียิปต์แอร์ ซึ่งเปนอะไรที่ดีจายมากถึงมากมาย
ตื่นเต้นที่จะได้ไปฝึกที่อียิปประมานสองเดือน
พอขาลงจากอียิปปั๊ป รู้สึกว่า... อยากกลับบ้านทันที(แป๋ว) เพราะมันร้อนสุดๆๆๆ แต่อยู่ไปอยู่มานี่สิ ก้อชินซะแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เคยชินซะเลยจนถึงวันนี้ก้อคือ แขก
อยู่โน่น ที่พักดีมาก เปนโรงแรมอย่างดีเชียว ส่วนเรื่องการกินก้อ...กินไม่ได้ซักอย่าง แต่ละอย่างแมร่ง เหม็นเหมือนจั๊กแร้แขก ...กลืนไม่ลง ทำกินเองส่วนใหญ่ ดีที่เอาหม้อไปส่วนคนแขกนี่ก้อ...อย่าให้พูดเลย รู้ๆกันอยู่ ไว้วันหลังจะเขียนเปนหนังสือแจกให้อ่านเลย
วันแรกของการเรียน ก้อไปตรวจสุขภาพก่อน...เริ่มจากเจาะเลือด ซึ่งพยาบาลที่นี่ นี่เจาะเปนป่าวก้อไม่รู้ เจาะมาส่วนใหญ่แขนบวมออกมา บางคนโดนเจาะเข้าไปก่อนดูดเลือดไม่ออก เลยควานหาเลือดข้างในต่อ จะไม่บวมได้ไงละ คือ...อีกเยอะ สุดบรรยาย
ฝึกไม่หนักเท่าไหร่ สอบก้อลอกกัน ชิวมาก ที่นี่หยุดวันศุกร์กะเสาร์ ไม่เหมือนบ้านเรา
ถามถึงบ้านเมืองที่นี่เหรอ...อืม ดูรูปเอาเอง คงบรรยายได้ทุกอย่าง อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะแทกซี่ที่ไม่มีแอร์
เรื่องวัฒนธรรมของที่นี่ เปนประเทศไม่เปิด คือ จะมาใส่สั้น เซกซี่ไรงี้ไม่ได้ มิควรจะโดนเล็งจากพวกแมงดาผู้ชายแขก ซึ่งเปนทุกคน ผู้ ญใ ส่วนใหญ่ที่นี่มิดชิด อ้อ แล้วเวลาเรียกคนนี่ก้ออีกอย่าง ชอบผิวปากเรียก แทบไม่อยากจะหันเล้ย
แต่ละวันนี่ เจออะไรอึ้งๆเยอะกะที่นี่ พอไม่ได้เขียนเล่าทุกวัน แล้วก้อลืม
สิ่งที่ประทับใจในครั้งนี้ ก้อเหนจะเปนได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ เริ่มจากตลาดขายของ (งั้นๆ) ของก้อต่อได้ยิ่งกว่าจีนอีก แปดสิบเปอเซนได้มั้ง ถ้ามันไม่ให้ ก้อแกล้งไม่ใส่ใจ เดินออก เด๋วมันก้อรีบวิ่งมาเรียกเอง ขนาดข้ามถนนไปแล้ว ยังตามจนได้
ที่ต่อไปก้อคือ พิพิธภัณฑ์ ที่ใหญ่โต ซึ่งถ้าใครชอบศึกษาพวกโบราณ ก้อน่าเข้าอยู่ บางคนเดินได้เปนอาทิด แต่เรา ม่ายอะ เดินสองชั่วโมงก้อพอละ และไม่ไปอีกแล้วด้วย
ที่น่าตื่นเต้นที่สุด แน่หละ เปน พิระมิด ได้ขี่ทั้งอูฐและม้า กว่าจะได้รูปสวยๆนะ จะไหม้กลางแดดกันอยู่ล่ะ ครั้งนี้ไป ดูไม่ค่อยทั่ว กะว่าครั้งหน้าไปใหม่ อิอิ
ถึงเพื่อนๆที่อยากไปอียิปต์ ดูรูปไปก่องละกาน แล้วคิดเอาเอง ไปดีไม๊น้า
พอฝึกเสร็จพวกเราก้อได้ทดลองบินประเทศแถบใกล้ๆ พวกซาอุ คูเวต .... รวม5 เที่ยว เที่ยวแรกตื่นเต้นมากเลย นอนไม่หลับ ขึ้นไปงงๆ ทำไรไง แต่ก้อหนุกดี พอกลับมาประมานตีหนึ่งได้ จำได้ว่าหลับเปนตาย เที่ยวต่อมาความตื่นเต้นก้อลดลง เพราะชักจะรำคาญพวกแขก มันเริ่มเรื่องมาก ขอโน่นขอนี่บ่อยจนอยากตื๊บ
มีเรื่องอีกมามายที่โน่นที่อยากเล่าให้ฟัง ไว้จะทยอยเล่านะ อย่าลืมมาอ่านหละ
November 05 ไปปีนเขา เมื่อวานไปปีนเขามา เขานี้ได้ข่าวสูงและใหญ่ที่สุด อันตรายด้วย ในต้าเหลียนนะ เราจึงต้องไปพิชิตมันให้จงได้ เราออกเดินทางกันแปดโมง (เหลด นิดๆ ตามสไตคนไทย) นั่งรถเมล์กันไป ชั่วไมงกว่าก้อถึง
เขาใหญ่มาก ทุกคนตื่นเต้นที่จะได้ปีน เหนว่ามีวัดอยู่บนเขา พอเริ่มปีนได้ แน่หละ ฟิตกันใหญ่ แวะถ่ายรูปกันตลอดทาง หารู้ไม่ว่าระยะทางข้างหน้ามันช่างโหดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเริ่มชัน สูง หนาว ทางเดินยังไม่ถึงศอกเลย ที่สำคัญมันอีกยาวไกลกว่าจะถึงที่หมาย ระหว่างทางก้อเริ่มท้อเล็ก เราขึ้นเขาด้านหนึ่งของลูกที่หนึ่งไปลงอีกด้านหนึ่งของลูกที่สี่ ข้ามเขาทั้งหมดสี่ลูกได้
ถึงกลางทางอยากจะกลับก้อกลับไม่ได้ กลับไปทางเดิมก้อไม่ไหวแล้ว ต้องเดินไปให้ถึงอีกด้านหนึ่งให้ได้ บางช่วงแทบไม่กล้ามองข้างทางเลย
แต่ไม่ว่าระหว่างทางจะเหนื่อและเมื่ออย่างไรนั้น พอมีคนหนึ่งพูดว่า หนึ่ง สอง เท่านั้นแหละทุกคนจะกรูเข้ามารวมๆกันและยิ้มขึ้นมาทันที รูปที่ออกมาเลยดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูมีความสุข
ปีนขึ้นไปสูงเรื่อยๆ มองลงมา สวยมากกกกกกกกกเหน ทุกอย่าง ตึก ถนนยาวๆ แม่น้ำ สวยมากจิงๆ
ในที่สุดเราก้อถึงวัดจนได้ ก้องั้นๆอ่ะ ไม่รู้จะลำบากขึ้นมาทำไม เอาความมันส์ล่ะกัน ขอถึงยอดเขาก้อต้องรีบถ่ายรูป รีบกลับ เพราะหน้าหนาวมืดเร็ว เด๋วขาลงอันตราย พอมองกลับไปตั้งแต่ต้นก้อรู้สึกว่าพวกเราทำไปกันได้ไง ให้เอาอีกก้อม่ายล่ะ
กลับถึงที่พัก วันรุ่งขึ้นทุกคนต่างพูดว่าหลับเปนตาย บางคนยังไม่อาบน้ำก้อสลบล่ะ ตอนนี้พวกเราเปนโรคเดียวกันคือ ไม่สามารถขึ้นลงบันไดได้นะฮ้า เนื่องจากปวดล้ากล้ามเนื้อที่ขา
ไงก้อตาม ว่าไปเที่ยวครั้งนี้ก้อหนุกดีนะ ได้รูจ๋วยๆมาอีกตึม (ต้องดูนะ ขออวด แค่บางส่วน) คราวหน้ามีอะไรอัพเดท จะมาเล่าให้ฟังใหม่ ไปหละ
season change เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว อากาศที่นี่เย็นลงเรื่อยๆ ต้นไม้ก้อเริ่มเปลี่ยนสี สวยมั๊กๆขอบอก ตอนนี้ตังหมดไปกับการซื้อเสื้อผ้ามาก
ไม่ได้น่ะค้า ต้องให้แจ่มเหมือนต้นไม้ใบหญ้า เด๋วถ่ายรูปออกมาดูไม่งาม สีไม่สด
ในที่สุดแผนการในการลดความอ้วนที่ขึ้นมาเกือบห้าโลตอนนี้ก้อไม่เปนผล ยังคงกินต่อไปเรื่อยๆ แบกเด็กในท้องออกวิ่งได้สองวันก้อแป๊กซะแร่ะ เพื่อนคนนึงอยู่ได้แปดเดือนขึ้นมาสิบโล ตอนนี้กลัวมากเลย ยิ่งใกล้หน้าหนาวก้อยิ่งจุขึ้น ตอนนี้แม้แต่คนใกล้ตัวที่
เหนกันทุกวี่ทุกวันก้อทักแล้ว ฮือๆๆๆๆๆๆๆ ทำไงดี
ได้ข่าวที่ไทยน้ำท่วม คงไม่พ้นบ้านเราอีกแน่
อยากให้ทุกคนมาเหนอากาศที่นี่จังคงอิดฉาเราแน่ ดูในรูปไปก่อนนะ
อ้อ เร็วๆนี้ แวนมีนัดไปปีนเขากะผองเพื่อน ไว้จะเก็บบรรยากาศมาเล่าให้ฟัง ติดตามตอนต่อไป
October 07 พระจันทร์เต็มดวงมาแว้ว จ้าเพื่อนๆ เปงอ่ะหยังกันบ้างเอ๋ย
ไหว้พระจันทร์ก้อผ่านไปแล้ว แต่ละคนไปไหนกันมั่ง ส่วนแวนเองก้อไปไหว้พระจันทร์มาเหมียนกัน บรรยากาศที่นี่ดีมากเลย วิวสวยด้วย แล้วก้อไปเที่ยวปราสาทสุดไฮโซเชียว (ดูในรูปนะ อยากอวด) หยุดสิบวันก้อจะผ่านไปแย้ว เพื่อนบางคนก้อไปมองโกลกัน หนุกหนาน ส่วนแวนก้อขอบายดีก่า เนื่องจากเหตุจำเปน (เหมือนลึกลับ จิงๆคือ เปลืองตัง)
พักนี้กินเก่งขึ้นมาก รู้สึกได้ ตกใจตัวเองเหมือนกัน ทำให้นับวันก้อยิ่งอ้วน พุงเริ่มยื่น กางเกงเริ่มปริ คางก้อเริ่มหาย หุ่นเจ้งหมด
แป๊ปๆ ก้อผ่านไปเดือนนึง เร็วมากเลย ที่นี่ยังขำๆอยู่เลย
ครายมีรายก้อส่งข่าวคราวมานะ
ท้ายสุด ดูรูปเราด้วย September 26 ชักไม่อยากกลับแล้วสิ หวัดดีเพื่อนๆทุกคนอีกครั้ง เปงไงมั่งเอ๋ย แต่ละคน ที่นี่อากาศเริ่มเย็นแล้ว หนาวกายยังพอว่า แต่ ..... (คงรู้ ต่อเอง แอบลาวอีกล่ะ)
เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา มีปาร์ตี้สำหรับนักศึกษาต่างชาติ มีการแสดงมากมายจากหลายชาติ ในงานก้อคนเยอะมากด้วยทั้งต่างชาติและคนจีน แต่ไม่เรียกคนไทยโชว์เลย อุดส่าเตรียมร้องเพลง
ท้ายสุดมีเล่นเก้าอี้ดนตรี พูดแล้วจะหาว่าคุย เล่นชนะด้วยแหละ เค้าก้อเลยให้เต้นโชว์ (แหม ไม่ค่อยอยากเลย แต่ก้อเข้าทางดี) คราวนี้หละ ได้เกิดเลย คนไทย ชอบ ชอบ
พอถึงวันอาทิตย์ เราก้อจัดปาร์ตี้อาหารไทยกัน เนื่องจากเพื่อนต่างชาติมากมาย อยากกินอาหารไทย พวกเราช่วยกันทำอาหารไทยคนละอย่างสองอย่าง เตรียมเครื่องกันให้วุ่น ตั้งแต่สองโมง พอถึงเวลานัดหมายหกโมง แขกก้อทยอยมากัน ภายในไม่กี่นาที ปาติหานก้อเกิดขึ้น เนื่องจากอาหารทุกอย่างหมดเกลี้ยง ไม่ว่าจะเปน แกงมัสหมั่น แกงส้ม ผัดกะเพรา ไก่ผัดขิง และอื่นๆ แต่ที่หมดเร็วสุดก้อคือ ไข่เจียว อันธรรมด้า ธรรมดา ของบ้านเรา แต่ทว่าเหนจะแปลกของที่นี่ ครายที่มาสาย ก้ออดกินไป พอกินกันเรียบร้อย ก้อคิดจะสอนภาษาไทยให้ทุกคนพูดว่า ขอบคุณโลโบ้ คิดว่าคราวหน้าคงไม่จัดกันแล้ว (เนื่องจากไม่มี โลโบ้แล้ว)
พอวันจันทร์ ทุกคนก้อนัดกันใส่เสื้อสีเหลืองตราสัญลักษณ์ เปนที่แปลกใจมาก ทุกคนมองๆแล้วก้อถามว่าทำไม พวกเราเลยถือโอกาดนี้ชวนทุกคนให้ใส่เสื้อเหลืองทุกวันจันทร์ซะเลย
ได้ข่าวว่าที่เมืองไทยการเมืองไม่ค่อยดี ข่าวดังมาถึงที่นี่ เปิดทีวียังเหนเลย แต่ฟังไม่ออก ในหนังสือพิมพ์ก้อมี แต่อ่านไม่รู้เรื่อง แต่คงไม่รุนแรงมากหรอกใช่ม่ะ
เริ่มเคยชินกับชีวิตที่นี่แล้ว ไปๆมาๆก้อหนุกดีแฮะ ชักไม่อยากกลับแล้วววววววว หยุดเวลาไว้ก่อน อยากให้ทุกคนมาที่นี่จัง
ถึงเพื่อนที่ มหาลัย ใกล้รับปริญญาแล้วสิ เตรียมตัวไปถึงไหนกันแล้ว ท่าจะวุ่นวาย ตื่นเต้นกันหละสิ เลิกเยาะเย้ยยถากถางกันซะที
ท้ายสุด คิดถึงเพื่อนทุกคนน้า แล้วเข้ามาอ่านใหม่น่ะ บาย
September 18 ความมันส์ เริ่มต้นขึ้นแล้ว ตอนนี้ต้าเหลียนอากาสดีจิง ตื่นมาก้อเจอะต้นเมเปิล แต่มีสเลดอยู่โคนต้น (น่าเกลียดมาก)
วันก่อนไปกินเนื้อย่างข้างถนนมา ตอนห้าทุ่ม ได้บรรยากาศมาก อากาศเยนๆ นั่งปิ่งเนื้อกิน ตอนแรกที่มาเหน รู้สึกไม่กล้านั่ง ดูสกปรก แต่ไหนๆมาทั้งทีแล้วก้อต้องลองให้หมด เนื้อที่ขายส่วนใหญ่เปน เนื้อแพะถูกๆ ( มั้ง) ลองกินซะหน่อย รสชาติก้อร่อยดี ครายอยากลองก้อบินมาชิมเลย
ความมันส์ของที่นี่เริ่มต้นขึ้นเมื่อได้สัมผัสอะไรใหม่ๆ พร้อมกับมีเพื่อนต่างชาติมากขึ้น ที่มหาลัยมีโรงยิมให้เล่นทุกชนิด เช่น คอร์ดแบด (ใหญ่มาก) คอร์ดเทนนิส (เยอะโคด) ปิงปองก้อหลายโต๊ะ มีโบว์ลิ่งให้โยน (กะว่าจะไปเล่นพุ่งนี้) มีโต๊ะนุ๊กให้เล่น สระว่ายน้ำอันแสนกว้างใหญ่และมาตราฐาน แต่จุดสำคัญ คือ หลังจากว่ายเสร็จนี่สิ มันเปนห้องน้ำรวม (แยก ช ญ นะ) แต่เวลาเข้าไปนี่ ทุกคนเค้าจะแก้ผ้ากันหมด ไม่มีครายอายคราย ไม่มีครายสนกัน แต่อย่างว่า ไอเรามันยังไม่ชินเขิลอยู่ เลยไม่กล้าไปลองว่ายซักที ไว้กล้าแล้วเด๋วจะเล่าให้ฟังนะ อิอิ
พักนี้กินติมทุกวันเลย วันละหลายแท่งอยู่ เพราะไอติมที่นี่ถูกมั๊ก ไม้ละ ห้าบาทเอง ใหญ่ด้วย หร่อยอีกตังหาก มีแพกเกส และรสชาติแปลกๆเยอะ เลยกินทุกวันเยย
ไปเดินเซนเตอร์พ้อย มาอีกแล้ว ในทีสุดก้อได้บู๊ทมาคู่นึง จิงๆเฉยกะคู่นี้มาก ไม่ค่อยแรงเลย แต่กลัวเอากลับไปใส่ที่ไทยไม่ได้ ก้อเลยต้องเอาธรรมด้า ธรรมดานั่นมา ตอนนี้คิดอยู่ว่าจะเอาไปเปลี่ยนดีป่าว อยากได้อีกคู่มากก่า ตัดสินใจไม่ถูกเลย เพื่อนๆช่วยคิดหน่อยจิ
ศุกร์ที่จะถึงนี้ กะลองไปเที่ยวกลางคืนของที่นี่ดู เหนว่ามันส์โคด ต่างชาติไปกันเยอะ มีหลายที่อยู่เหมือนกาน แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกนะ
ปลายเดือนที่จะถึงนี้ เปนวันไรไม่รู้ ลืม แต่หยุดตั้งอาทิดนึง คิดๆอยู่ว่าจะไปไหนดี หาทางไปเกาหลีกะเพื่อนๆอยู่ เพราะที่นี่ใกล้เกาหลี นั่งเรือไป ถูกหน่อย แต่สิบเจ็ดชั่วโมงเอง (ไปถึงก้อกลับได้เลย) ยังไม่รู้จะเอาไงกันดี อยู่ในระหว่างตั้งกระทู้ และถกกันเล็กน้อย ได้ข้อสรุปจะมาเล่าให้ฟังอีกเหมือนกันนะ
เพื่อนๆมีไรอับเดท เล่าสู่กันฟังนะ
คิถึงทุกคนน้า จาก นักศึกษาต่างชาติ
|
|
||||
|
|